ลดริ้วรอยด้วย 5 วิธีธรรมชาติ เห็นผลจริงโดยไม่ต้องศัลยกรรม

ลดริ้วรอยด้วย

ลดริ้วรอยด้วย 5 วิธีธรรมชาติ สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะเจอกับปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งก็สร้างความกังวลได้มากทีเดียว แต่รู้ไหมว่าเราสามารถลดริ้วรอยได้ง่ายๆ

ลดริ้วรอยด้วย 5 วิธีธรรมชาติ ที่ทำแล้วได้ผลจริงโดยที่คุณแทบไม่ต้องศัลยกรรมเลย มาดูกันนะคะ ว่ามีวิธีไหนช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยได้บ้าง

ลดริ้วรอยด้วย

1.นอนหงาย

การนอนหงายเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยชดลอการเกิดริ้วรอยและแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยให้นอนหงายเป็นประจำ ไม่ว่าจะนอนเล่น หรือนอนหลับก็ตาม ส่วนการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีโอกาสที่หน้าจะไปโดนหรือเสียดสีกับหมอน จนทำให้เกิดริ้วรอยที่เกิดจากการกดทับได้นั่นเอง

2.มาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต

การมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต ก็จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยได้ดีเช่นกัน โดยให้ใช้สูตรโยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ช้อน น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำส้มครึ่งช้อน กล้วยครึ่งลูก ผสมให้เข้ากันจากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ใบหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และกระชับรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่โดนใจแค่ไหนต้องลองทำตามกันดู

3.ไม่เครียด

ในหนึ่งวันเราอาจเจอกับปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความเครียด ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงความเครียดให้ได้มากที่สุด พยายามสร้างความผ่อนคลายอยู่เสมอ แล้วจะช่วยลดริ้วรอยได้อย่างแน่นอน

4.กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

อาหารบางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยไปจากชั้นผิวของเราได้ เช่น ปลาทะเล ผัก ไข่ วอลนัท แตงโม สับปะรด แตงกวา และอาโวคาโด เป็นต้น แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อผิวอีกมากมาย ดังนั้นหากคุณทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยได้แล้ว ก็ยังทำให้ผิวสวยใส เนียนนุ่มอีกด้วย

5.ไม่สูบบุหรี่

บุหรี่นับเป็นภัยร้ายต่อผิวเป็นอันดับต้นๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จะมีริ้วรอยบนใบหน้าและดูแก่กว่าผู้หญิงวัยเดียวกันที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่อยากให้ปัญหาริ้วรอยมากวนใจ ก็ควรเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ด้วยเช่นกัน

เห็นไหมว่าการลดริ้วรอยบนใบหน้าทำได้ไม่ยากเลย เพียงคุณทำตาม 5 ข้อที่แนะนำไปนี้ ปัญหาริ้วรอยก็จะหมดไปอย่างง่ายดาย โดยที่คุณไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมเลยทีเดียว แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

อยากผิวสวยใสอ่อนเยาว์ 4 เคล็ดลับนี้ ไม่ทำตาม ไม่ได้แล้ว

อยากผิวสวยใสอ่อนเยาว์

อยากผิวสวยใสอ่อนเยาว์ เรื่องของการดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งที่สาวๆ ทุกยุคสมัยให้ความสนใจดูแลกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาริ้วรอยซึ่งไม่มีใครอยากเผชิญกันเร็วอย่างแน่นอน

อยากผิวสวยใสอ่อนเยาว์ 4 เคล็ดลับที่จะช่วยให้สาวๆ มีผิวพรรณสวยใสอ่อนเยาว์ ห่างไกลจากความแก่มาฝาก จะต้องทำอย่างไรบ้าง ไปติดตามพร้อมกันเลยค่ะ

อยากผิวสวยใสอ่อนเยาว์

1.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหาร

การรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณสดใส ดูสุขภาพดี ซึ่งผักผลไม้เดี๋ยวนี้ก็หาง่ายทั้งในตลาด ในซุปเปอร์มาร์เกตก็มีให้เลือกมากมาย เพียงแค่เพิ่มผักผลไม้ลงไปในมื้ออาหารของเราให้มากขึ้น หรือเติมลงบนจานของว่างระหว่างวันก็ได้ นอกจากจะช่วยในระบบขับถ่าย และทำให้ผิวสวยใสแล้ว ยังช่วยลดความอ้วนได้อีกด้วย เห็นคุณค่ามากมายขนาดนี้ ก็อย่าลืมไปหาซื้อผักผลไม้ติดตู้เย็นไว้เพื่อที่เราจะได้หยิบมาทานได้อย่างสะดวกกันมากขึ้นล่ะ

2.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การอดนอนหรือนอนน้อยทำให้ผิวดูโทรม เหี่ยวย่นและมีริ้วรอย ข้อนี้หลายคนทราบดี แต่น้อยคนนักที่จะทำได้ เพราะมีกิจกรรมหลายอย่างที่ทำให้นอนดึก เช่น เล่นเกม หรือเล่นโทรศัพท์ ดังนั้นหากอยากมีสุขภาพร่างกายและผิวพรรณที่ดีแล้วก็ต้องหมั่นจัดการเวลาและลำดับความสำคัญของกิจกรรมของตนเองให้ดี โดยควรเลือกเข้านอนก่อน 22.00 น.บรรยากาศในห้องนอนควรมืดและเงียบสนิทซึ่งจะทำให้เรานอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน ฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ได้ดี

3.ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน

การออกกำลังกายเป็นเหมือนการเติมออกซิเจนให้กับผิว ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด การออกกำลังกายเป็นประจำมีส่วนดีต่อร่างกายของเราในหลายๆ ด้าน รวมถึงผิวพรรณด้วย ลองสังเกตตัวเองดูว่าหลังการออกกำลังกายติดต่อกันอย่างน้อย 1 อาทิตย์จะเห็นว่าผิวพรรณเปล่งปลั่งและมีเลือดฝาดบนใบหน้า แถมหน้ายังดูเด็กลงอีกด้วย รู้ขนาดนี้ไม่ทำไม่ได้แล้ว

4.ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ

การดื่มน้ำควรดื่มอย่างพอเหมาะไม่มากและน้อยจนเกินไป เพราะน้ำจะช่วยให้ผิวพรรณของเราผ่องใส เต่งตึงและมีสุขภาพดี การดื่มน้ำที่เหมาะสม ดูได้จากสีปัสสาวะของเรา ถ้าปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม แปลว่าดื่มน้ำน้อย แต่ถ้าปัสสาวะมีสีใสๆ แปลว่าดื่มน้ำมากเกินไป ส่วนปัสสาวะสีปกติคือ สีเหลืองอ่อนๆ ไปจนถึงสีใส ปริมาณการดื่มที่พอดีแนะนำว่าควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ก็เพียงพอสำหรับความต้องการของร่างกายแล้วค่ะ

การดูแลผิวพรรณให้สวยผ่องใส นอกจากการกินดีแล้ว ยังรวมไปถึงการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ การกินอาหารที่มีไขมัน อาหารรสจัด เช่น หวาน หรือเค็มมากเกินไป เพราะพฤติกรรมเหล่านี้จะทำร้ายผิวพรรณให้มีริ้วรอยและเหี่ยวย่นได้ง่ายนั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา        https://www.sanook.com

ไขข้อสงสัย ! ขอบตาดำคล้ำ เพราะนอนไม่พอจริงหรือเปล่า

ไขข้อสงสัย

ไขข้อสงสัย ปัญหาที่ทั้งหญิงชายหลายๆ คนเป็น แล้วก็เวลาเพื่อนทักทีไรก็เสียเซลฟ์ทุกที ก็คือเรื่องของ ขอบตาดำคล้ำ

ไขข้อสงสัย ตาลึกโบ๋ ถุงใต้ตาคล้ำเสียจนหน้าดูโทรม ดูแก่กว่าวันอันควร ใครที่มีตาแบบนี้มักโดนทักว่า “นอนดึกเหรอเมื่อคืน” หรือ “ช่วงนี้ไม่ค่อยได้นอนเหรอ?” แต่เอาเข้าจริงแล้ว ขอบตาดำคล้ำ มีสาเหตุมาจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจริงหรือไม่

ไขข้อสงสัย

สาเหตุของขอบตาดำ

  • กรรมพันธุ์
  • โรคภูมิแพ้
  • แสงแดด
  • วัยที่เพิ่มขึ้น ผิวหนังรอบดวงตาจะบางลง เนื่องจากเราจะสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ผิวส่วนนั้นดำคล้ำ

วิธีตรวจหาสาเหตุของอาหารขอบตาดำ

ดึงผิวหนังใต้ตาลงสัก 30 วินาที หากพบว่า

 

  • สีคล้ำขึ้น ขอบตาดำอาจมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ หรืออายุที่มากขึ้น
  • สีไม่เปลี่ยน ขอบตาดำอาจมีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ หรือสัมผัสแสงแดดมากเกินไป

รอยคล้ำใต้ดวงตา คืออะไร?
จริงๆ แล้วมันคือเส้นเลือด เป็นเลือดที่ไหลผ่านหลอดเลือดดำที่อยู่ใต้ผิวหนังรอบดวงตาของเรา ด้วยความที่ผิวหนังส่วนนี้บางมาก จึงเห็นเป็นรอยคล้ำได้ง่าย

รอบคล้ำใต้ดวงตา จะมองเห็นได้เด่นชัดขึ้น เมื่อ….

  • อ่อนเพลีย
  • เครียด
  • ร่างกายเหน็ดเหนื่อย

เนื่องจากร่างกายจะถูกบังคับให้ผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ในการตอบสนองต่อภาวะเครียดต่างๆ เพื่อทำให้เรารู้สึกตื่นตัว ซึ่งก็จะทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นตามกัน

เพราะฉะนั้น การนอนหลับไม่เพียงพอ ก็เป็นเพียงปัจจัยเล็กๆ ที่ทำให้ร่างกายของเราเหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลีย และเครียด จนทำให้ขอบตาดำคล้ำนั่นเองค่ะ คนที่นอนหลับเพียงพอ แต่ยังมีความเครียดสูง ก็มีสิทธิ์ที่จะมีขอบตาดำคล้ำได้เช่นกัน

วิธีแก้รอยคล้ำรอบดวงตา
นำถุงชาที่ใช้แล้ว (โดยเฉพาะชาเขียว และชาคาโมมายล์จะได้ผลดีที่สุด) นำไปแช่ตู้เย็น และนำมาแนบกับดวงตา 10-15 นาที คาเฟอีนและกรดแทนนิกในชา จะช่วยลดอาการบวมคล้ำลงได้

นอกจากนี้ ผู้หญิงจะมีรอยคล้ำใต้ดวงตามากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงที่มีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์ อย่าไรก็ตาม รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย ผ่อนคลายไม่เครียด เท่านี้ก็ช่วยให้ขอบตาไม่ดำคล้ำง่ายขึ้นแล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

เคล็ดลับเขียนคิ้ว ให้ติดทน หมดปัญหาคิ้วแหว่งระหว่างวัน

เคล็ดลับเขียนคิ้ว

เคล็ดลับเขียนคิ้ว ให้ติดทน สาวๆ คิดว่า ส่วนไหนของใบหน้าที่ ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ก็จะไม่สามารถออกจากบ้านได้เลย? หลายคนคงจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “คิ้ว” ถึงหน้าจะสดแค่ไหนก็ขอมีคิ้วไว้ก่อน

เคล็ดลับเขียนคิ้ว ให้ติดทน ไม่งั้นหน้าจะรู้สึกโล่งมาก จนขาดความมั่นใจกันเลยทีเดียว แต่ถึงเราจะเขียนคิ้วไปแล้ว ก็มักจะมีปัญหาตามมา นั่นก็คือ สีคิ้วของเราเฟดออกระหว่างวัน ลองคิดภาพตามดูว่า ระหว่างวันเรากำลังเดินเล่น หรือทำงานอยู่ หันมองไปที่กระจกแล้วพบว่า หางคิ้วหาย!! เหลือแต่เส้นประ คงทำให้ขาดความมั่นใจไปมาก ถ้าต้องไปเจอใครต่อใคร เอาเป็นว่าปัญหานี้จะหมดไป ถ้าเรารู้ทริคเด็ดๆที่จะทำให้คิ้วติดทนนานทั้งวัน บอกเลยว่าห้ามพลาด

เคล็ดลับเขียนคิ้ว
1.เคลียร์คิ้ว

แน่นอนว่าคิ้วเราจะสวยได้รูปสีติดแน่น ก็ต่อเมื่อคิ้วของเรามีการได้รับการจัดทรง ไม่ว่าจะเป็น การกันคิ้ว เคลียร์ขนส่วนเกิน ทั้งบริเวณตรงส่วนเหนือคิ้ว และบริเวณเปลือกตา และการเคลียร์อีกอย่างที่สำคัญต่อความติดทนของเม็ดสี นั่นก็คือ เช็คว่าคิ้วของเรามีความมัน จากเหงื่อหรือครีมที่เราทารึเปล่า ไม่งั้นถ้าเราลงสีคิ้วไป จะทำให้เม็ดสีเกาะที่ขนคิ้วได้ไม่ดี

2.ใดๆ ล้วน Waterproof

จะเขียนคิ้วให้ติดทน ก็ต้องเลือกที่เขียนคิ้ว ที่กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ไม่ใช่ว่าแค่เผลอเอามือปัดผม ก็หลุดแล้ว แบบนี้ไม่โอเค ซึ่งทุกวันนี้ ที่เขียนคิ้วตามท้องตลาดแบบ waterproof ก็มีขายอยู่มากมาย ลองไปเลือกใช้กันดูนะจ้ะ

3.ใช้ไพรเมอร์คิ้ว

ไม่ว่าจะส่วนไหนของใบหน้าก็สามารถเกิดความมันได้ง่ายเช่นเดียวกัน เราจึงต้องลงอะไรสักอย่าง เพื่อช่วยให้เครื่องสำอางค์เกาะติดผิว เช่น ใบหน้าและดวงตาก็ต้องลงไพรเมอร์เพื่อให้ สีบลัชออนหรือสีอายแชโดว์ติดชัด คิ้วก็เช่นเดียวกัน ต้องมีไพรเมอร์ทาไว้ก่อนจึงจะทำให้สีเกาะติดได้ดี เน้นที่หางคิ้ว เพราะเป็นส่วนที่เฟดออกง่าย

4.ใช้มาสคาร่าปัดคิ้ว

แน่นอนว่าอะไรที่เป็นฝุ่นๆมักจะเกาะผิวได้ไม่ค่อยทนทาน เพราะพอลมพัดมา ก็สามารถฟิ้ววออกจากหน้าเราไปได้ทุกเมื่อ ดังนั้นควรใช้อะไรที่เป็นน้ำเป็นเจลบ้าง เพื่อให้คิ้วของเรามีความเหนียวพอที่จะให้สีเกาะติดได้ดี อย่างมาสคาร่าคิ้วที่มีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัดคิ้วให้เรียงสวย ย้อมสีคิ้วให้เท่ากัน แถมบางแบบยังเคลือบสีคิ้วได้ด้วย

5.ใช้ eyeliner

ฟังดูแปลกๆแต่มันคือสิ่งที่ใช้ได้จริง เพราะบอกแล้วว่าอะไรที่เป็นน้ำหรือ เจลมักจะติดทนกว่าแบบฝุ่นเสมอ บางคนอาจจะคิดว่าถ้าเราเอามาเขียนเลย คิ้วมันจะไม่ยิ่งดูหนาหรือเข้มหรอ?? เดี๋ยวนี้ eyeliner ไม่ได้มีเพียงสีดำเท่านั้น มีสีต่างๆมากมายพอๆกับที่เขียนคิ้วนั่นแหละ จะเลือกสีอ่อนสีเข้มแค่ไหนก็ได้ หรือถ้ากลัวเข้มไป เราอาจจะใช้เพื่อวาดเป็นโครงได้ แล้วเอาแบบฝุ่นถมคิ้ว จะได้ดูธรรมชาติขึ้น

เป็นไงกันบ้างคะสำหรับทริคเด็ดๆในที่เรานำมาฝาก คงจะถูกใจสาวๆหลายคนอยู่พอสมควร ก็อย่างที่รู้กันว่าคิ้วแหว่งนี่เป็นปัญหาระดับชาติของคุณผู้หญิงกันเลยทีเดียว คงไม่มีใครอยากดูเป็นอาซิ่มระหว่างที่ประชุมหรือไปเดทหรอกเนอะ คงทำให้เสียความมั่นใจน่าดู ถ้ายังคิดว่า5วิธีนี้ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี แนะนำว่าพกที่เขียนคิ้วไปด้วยก็ดี เอาไว้ทัชอัพระหว่างวันก็ได้ หรือบางคนอาจจะพกไว้ให้อุ่นใจก็ดี

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

วิธีแก้ปัญหา “ผิวแห้ง” แตกเป็นขุยอย่างตรงจุด จากผู้เชี่ยวชาญ

วิธีแก้ปัญหา

วิธีแก้ปัญหา “ผิวแห้ง” คงไม่มีใครอยากมีผิวแห้งแตกเป็นขุย ขรุขระ ไม่เรียบเนียน ยิ่งต้องเผชิญกับอากาศในหน้าหนาวทำให้มีโอกาสเกิดผิวแห้งได้ง่าย

วิธีแก้ปัญหา “ผิวแห้ง” ผิวแห้งสร้างปัญหากวนใจให้สาวๆ ทั้งอาการคัน เป็นขุย แต่งหน้าไม่เรียบ โอกาสเกิดริ้วรอยได้ง่าย ฯลฯ ไม่เพียงความชื้นในอากาศของหน้าหนาว ที่ทำให้ผิวแห้ง การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง แสงแดด มลภาวะ สภาพแวดล้อม ก็เป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งด้วยเหมือนกัน

ปัจจุบันผิวแห้งจึงเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ในทุกๆ ฤดูกาล ไม่จำกัดเฉพาะหน้าหนาว ครีมบำรุงผิวที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จึงผสมมอยส์เจอร์ไรส์เซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว การทาครีมอย่างเดียวจะเป็นตัวช่วยเรื่องผิวแห้งได้ดีจริงหรือ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักตัวการและตัวช่วยเรื่องผิวแห้ง เพื่อเตรียมรับมือกับศัตรูของผิวกันดีกว่า

วิธีแก้ปัญหา

ผิวแห้ง เกิดจากอะไร?
ผิวแห้ง คือ ภาวะที่ระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลงกว่าระดับปกติ โดยปกติผิวหนังของคนเราที่ดูสดใสผุดผ่องก็เพราะมีส่วนประกอบของน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ โดยน้ำเป็นส่วนประกอบที่มีมากและสำคัญที่สุดของเซลส์ผิวหนัง สำหรับน้ำมันจากต่อมไขมันทำหน้าที่ฉาบเคลือบเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากเซลล์ผิวหนัง ส่วนสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติจะช่วยดึงดูดน้ำไว้ให้อยู่กับผิวหนัง ดังนั้นถ้าระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลง ก็จะส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย คัน และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งตัวการมีทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเราสามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยตัวช่วยต่างๆ ดังนี้

สาเหตุของปัญหาผิวแห้ง
อายุ : อายุที่มากขึ้นทำให้ต่อมผลิตไขมันทำงานลดลง ผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ และผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้
สภาพแวดล้อม : แสงแดด มลภาวะต่างๆ และอากาศที่มีความชื้นต่ำ (หน้าหนาว หรืออยู่ในห้องปรับอากาศ)

การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง: ใช้สบู่ที่ไม่อ่อนโยนต่อผิว ใช้สครับขัดผิดบ่อยเกินความจำเป็น ใช้โลชั่นเช็ดผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ และการอาบน้ำอุ่น
ยาบางชนิด : ยาทาสิว ยาขับปัสสาวะ

โรคบางชนิด : ผิวแห้งสามารถพบได้ร่วมกับโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนังผื่นแพ้ (Eczema) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism)

ภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition) : การขาดสารอาหารจำพวกวิตามินและกรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็นกับผิวจะทำให้ผิวแห้งกร้านหมองคล้ำได้

วิธีแก้ปัญหาผิวแห้ง

  1. ดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ : ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเป็นประจำ นอกจากการดื่มน้ำจะช่วยให้ในเรื่องความชุ่มชื้นของผิวแล้วยังช่วยเรื่องของการขับถ่าย และสุขภาพในด้านต่างๆ ได้ดีอีกด้วย
  2. ปกป้องตัวเองจากสภาวะแวดล้อม : ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป และไม่อาบน้ำร้อนที่ร้อนจนเกินไป
  3. ในหน้าหนาวควรทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเลือกใช้โลชั่นให้ถูกประเภท: สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมาก ควรเลือกโลชั่นที่มีความชุ่มชื้นมากหน่อย ทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ที่สำคัญโลชั่นเหล่านี้ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม
    เลือกใช้สบู่ที่เหมาะกับสภาพผิว : ควรเลือกสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือเลือกสบู่เด็ก ที่ไม่รุนแรงต่อสภาพผิวนอกจากนี้คุณสามารถเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของโลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว
    การเอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้ใกล้ๆ ตัว : ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือที่ทำงาน โดยเฉพาะห้องที่มีความแห้งในอากาศอย่างห้องแอร์ เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นน้อยลง
    เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ :เนื้อปลา น้ำมันมะกอก มะเขือเทศ บล็อคโคลี เมล็ดข้าวที่ยังไม่ขัดสี ธัญพืช ผักและผลไม้สด
  4. อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง :ไขมันอิ่มตัวจากเบคอน ไอศกรีม เนย ชา กาแฟ และ แอลกอฮอลล์
  5. เพียงง่ายๆ เท่านี้คุณก็ไม่ต้องกังวลใจกับผิวแห้งหยาบกร้านอีกต่อไป สามารถเผยผิวสวยเนียนนุ่มชุ่มชื่นได้อย่างมั่นใจได้ทุกสถานการณ์

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

11 น้ำผลไม้ ที่ควรดื่มทุกวัน เพื่อสุขภาพดีและบำรุงผิวให้สวยสดใส

11 น้ำผลไม้

11 น้ำผลไม้ เป็นตัวช่วยเรื่องความสดชื่นและบำรุงผิวให้สวยสดใส การกินผลไม้สดเป็นประจำอาจจะทำให้หลายคนเบื่อเอาได้ง่าย

11 น้ำผลไม้ เป็นน้ำผลไม้จะช่วยให้เราทานผลไม้ได้โดยที่เราไม่เบื่อ อีกทั้งยังช่วยเด็กที่ไม่ชอบกินผลไม้ให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพออีกด้วย สิ่งสำคัญในการปรุงน้ำผลไม้คือควรจำกัดปริมาณน้ำตาลที่จะผสมเข้าไปในบทความนี้จะบอกถึง ประโยชน์ของน้ำผลไม้ 11 ชนิดที่ควรดื่มทุกวันเพื่อให้ผิวสวยและสุขภาพดี

11 น้ำผลไม้

1.น้ำส้ม

ทานผลส้มบ่อยๆเมื่อเบื่อก็เปลี่ยนมาทานน้ำส้ม ถึงแม้ว่าประโยชน์ที่ได้รับจะไม่เทียบเท่าผลส้มแต่น้ำส้ม ก็ยังช่วยบำรุงผม ช่วยให้รากผมแข็งแรง ป้องกันผมร่วงและช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม

2.น้ำแอ๊ปเปิ้ล

ส่งผลดีต่อสุขภาพของสมอง ช่วยเสริมความจำ และทักษะในการแก้ปัญหา ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม แถมการดื่มน้ำแอ็ปเปิ้ลยังช่วยให้จิตใจสงบมีสมาธิ

3.น้ำสับปะรด

ส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจ ช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ลดเสมหะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นไข้หวัด แถมยังมีวิตตามินซีสูงรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

4.น้ำองุ่น

น้ำองุ่นเข้มข้นช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็งเต้านมและจอประสาทตาเสื่อม แถมยังต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยให้ไตทำงานได้สะดวก

5.น้ำแตงโม

น้ำแตงโมช่วยบำรุงผิวและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงสายตาและล้างสารพิษจากอาหารที่เรากินเข้าไป

6.น้ำลูกพรุน

น้ำลูกพรุนมีกากใยสูง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด รักษาอาการท้องผูกอีกทั้งยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การดื่มน้ำลูกพรุนต้องระมัดระวังในผู้ป่วยโรคไตวายและการรับประทานมากๆอาจทำให้ท้องเสียได้

7.น้ำแครอท

น้ำแครอทช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ ช่วยปกป้องและฟื้นฟูสภาพผิวลดการเกิดสิว และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น

8.น้ำเบอร์รี่

มีส่วนช่วยในการมองเห็นเหมาะสำหรับคนที่ต้องจ้องจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

9.น้ำฝรั่ง

น้ำฝรั่งมีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มถึงประมาณ ๔-๑๐ เท่า ช่วยในการป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันแถมยังเป็นยาระบายอ่อนๆช่วยรักษาโรคกระเพาะลำไส้ได้ แต่การทำน้ำฝรั่งห้ามใช้ภาชนะที่เป็นเหล็กเพราะเหล็กและสารภายในฝรั่งจะทำปฎิกริยากันส่งผลต่อการทำลายสารตัวหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้

10.น้ำทับทิม

ช่วยบำรุงหัวใจป้องกันฟันผุ ช่วยเสริมความจำที่ดีป้องกันโรคโลหิตจางและรักษาอาการอักเสบดีต่อสุขภาพผิวและเส้นผม

11.น้ำมะเขือเทศ

ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน โรคหวัด ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราแถมยังช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย

การนำผลไม้สดมาทำเป็นน้ำผลไม้อาจทำให้สูญเสียสารอาหารบางอย่างไปแทงบอลออนไลน์ แต่การทำน้ำผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ควรทานพร้อมกาก และควบคุมปริมาณน้ำตาลและเกลือที่เพิ่มลงไป ทางที่ดีควรดื่มแบบไม่ต้องผสมจะเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายมากกว่า แต่ถ้าทานไม่ได้จริงๆแนะนำให้ใส่น้ำตาลและเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค ให้สวยขึ้นจาก มะนาว เจ้าสาววิวาห์ล่ม

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ดังเช่นกับกรณี ภาคิน เจ้าบ่าวหนุ่มอายุ 18 ปี หนีงานแต่งงาน ปล่อยให้ มะนาว จุทาทิพย์ วัย 26 ปี ต้องขึ้นเวทีขอโทษแขกที่มาร่วมงานแต่งงานเพียงลำพัง

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค ตอนนี้ถ้าใครได้เห็น มะนาว ลุคใหม่สวยจำแทบไม่ได้เลยว่าคือคนๆ เดียวกัน ทั้งรูปร่างที่ผอมลงไปจากไซส์ XL กลายเป็นไซส์ S หุ่นเป๊ะ ผิวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคล็ดลับเปลี่ยนลุค

ผิวสวย ขาวเนียน มีสูตรขัดผิวบ้างมั้ย

“เน้นเรื่องการล้างหน้า ถ้าล้างไม่เกลี้ยงสิวจะขึ้นทันที เพราะเราแต่งหน้าหนัก แต่งหน้าทุกวัน เราถึงต้องล้างหน้าให้สะอาด และจะมาสก์หน้าทุกวัน ใช้ทาครีมบำรุงที่เป็นหัวเชื้อเข้มข้น นอกจากนี้จะมีทำโปรแกรมหน้าใส IPL ใช้เลเซอร์ยิงที่หน้า ส่วนผิวตัวพอเราตัวเล็ก น่ำหนักลง ก็จะมีเรื่องผิวแตกบ้าง เราก็เลยเน้นเรื่องการทาครีมบำรุง ทำสครับบ่อยขึ้นค่ะ”

มีวิธีลดความอ้วนอย่างไร ถึงไหนหายไป 10 กว่ากิโล

“ใช่ค่ะ น้ำหนักลดลงจากเดิม 63 ลดลงไปเหลือ 52 ลดลงไป 11 กิโล จากเอว 30 ลดเหลือ 24 นิ้ว เปลี่ยนไซส์จาก L เป็น M หรือบางตัวเป็นไซส์ S ไปเลย วิธีที่มะนาวทำก็จะออกกำลังกายเข้าฟิตเนสอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง และก็มีการกินยาลดน้ำหนักด้วย”

เมนูลดความอ้วนที่อยากแนะนำ

“ตอนเย็นจะทานสลัดผัก แล้วก็นมค่ะ”

ยุคนี้การศัลยกรรมเปิดกว้าง มะนาวคิดอยากจะศัลยกรรมอะไรบ้าง หรือได้ทำอะไรมาบ้างมั้ย

“ที่ผ่านมาเคยศัลยกรรมจมูก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ที่กำลังจะทำจะเป็น คาง คิดว่าจะทำต้นเดือนพฤศจิกายน ที่ทำเพราะตอนนี้หน้าเราเล็กลงแล้ว แต่ยังเป็นคนที่เป็นโครงหน้ากลม แก้มหายไปแล้ว แต่อยากต่อคาง จากภาพบางรูปก็จะมีการรีทัชบ้าง เราอยากได้ภาพจริงๆ ที่ไม่ต้องรีทัช”

ตอนนี้คิดจะเข้าวงการบันเทิงบ้างมั้ย

“ไม่ค่ะ พูดตรงๆ เลยว่าตอนนี้มีทีวีติดต่อมาหลายช่อง แต่แคนเซิลหมดเลยค่ะ เพราะเราอยากจะให้คนรู้จักจากผลงานไม่ใช่กระแส การที่ไปออกทีวีมันจะมีทั้งด้านบวกด้านลบ การที่เราเห็นคนติดตามในเฟซบุ๊กมากขึ้นๆ คนที่เขาเข้ามาสนใจเราเอง ขอไต่จากตรงนี้ไปดีกว่า จากเฟซบุ๊กที่มีคนติดตามแค่ไม่กี่พัน แต่ทุกวันนี้เฉลี่ยมีคนติดตามวันละ 1500-2000 ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจากตรงนี้ดีกว่า”

ความรักเป็นยังไงบ้าง มีคนคุยด้วยหรือยัง

“มีคนทักมาเยอะมาก แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราไม่เปิดใจ ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช่แฟนตลอดไป แต่ตอนนี้คดียังไม่จบ เราเลยโฟกัสทุกอย่างไปที่พ่อแม่”

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สร้างตาคมสวย ด้วยเจลไลเนอร์แบบสาวแขกสำหรับมือใหม่

สร้างตาคมสวย

สร้างตาคมสวย  สำหรับสาวหน้าจืดแต่งหน้ายังไงก็ดูเฉยๆ อยู่ดี ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยากให้สาวๆ ลองกรีดตาให้คมแบบสาวแขกเผื่อจะช่วยให้หน้าของสาวๆ

สร้างตาคมสวย สำหรับสาวหน้าจืดแต่งหน้ายังไงก็ดูเฉยๆ อยู่ดี ไม่รู้เป็นเพราะอะไร อยากให้สาวๆ ลองกรีดตาให้คมแบบสาวแขกเผื่อจะช่วยให้หน้าของสาวๆ ดูมีมิติขึ้นมาได้ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยลองเขียน หรือเขียนไม่เป็น วันนี้เราทำวิธีการเขียนตาแบบสาวอินเดียขนานแท้มาให้ดูกันเลย จะเป็นตาสาวๆ ให้สวยขมพร้อมไปงานได้อย่างสวยหรูดูแพง

สร้างตาคมสวย

1.เลือกใช้ไลเนอร์แบบเจล หรือแบบดินสอเท่านั้น

2.ดึงหนังตาขึ้นไป
เริ่มด้วยการเขียนขอบตาบนก่อน โดยให้สาวๆ ดึงหนังตาตัวเองขึ้นไปเพื่อให้เห็นขอบล่างของขนตาบน เพราะสาวแขกนั้นขอบตาเขาจะเข้มจากขอบตาข้างไหนเลย เพื่อให้โคนขึ้นตาเราดำชัดขึ้นอีกด้วย

3.เขียนขอบตาบน
การที่เราจะเริ่มเขียนนั้น ให้เริ่มเขียนจากหางตาก่อนโดยค่อยๆ ลากให้เส้นสม่ำเสมอกัน หรือจะระบายไปเลยก็ได้เพื่อให้มันหนาและเข้ม แต่งต้องควรระวังให้มา และอย่าไปใช้ดินสอแขกร่วมกับคนอื่นนะคะ เพราะเราเขียนขอบข้างในตาของเราเลย ใหม่ๆ อาจจะน้ำตาไหลบ้างก็ระวังอย่าให้มันเลอะนะคะ เดียวไม่สวย

4.เขียนขอบตาล่าง
จากนั้นตาคมด้านบนเพียงด้านเดียวไม่ได้ ด้านล่างก็จะต้องคมอีกด้วยเช่นกัน โดยใช้ดินสอแขกเขียนเส้นด้านล่างอีกที เขียนให้ชิดเข้าไปในขนตาล่างเราเลยนะคะ สาวๆ อาจจะรู้สึกอยากร้องไห้ ต้องอดทนเอานะคะเพื่อความสวย เขียนให้หางตาบรรจบกัน

เพียงแค่นี้สาวๆ ก็สามารถเป็นสาวตาแขกสวยข้มได้แล้ว อาจจะแต่งหน้าเพิ่มนิดหน่อย ปัดขนตาปังๆ ก็สามารถไปงานได้แล้วค่ะ ถ้าใครอยากได้หางตาแหลมๆ ก็สามารถเขียนต่อออกไปได้เลยค่ะ ลอกไปทำกันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เคล็ดลับความสวย ก่อนออกเรือนของแม่หญิงในสมัยโบราณ

เคล็ดลับความสวย ไม่ว่าจะในสมัยโบราณหรือเป็นยุคปัจจุบัน ก่อนที่แม่หญิงจะออกเรือน ว่าที่เจ้าสาวต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามกันแทบทั้งนั้น

เคล็ดลับความสวย ไม่ว่าจะในสมัยโบราณหรือเป็นยุคปัจจุบัน ก่อนที่แม่หญิงจะออกเรือน ว่าที่เจ้าสาวต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยความงามกันแทบทั้งนั้น ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ในสมัยโบราณเค้าไม่มีคลินิกเสริมความงามเหมือนอย่างปัจจุบัน แล้วแม่หญิงในสมัยนั้น เขาทำอย่างไรจึงได้สวยผุดผ่องผิวขาวเป็นยองใย

เคล็ดลับความสวย

1 . ดูแลผิวหน้าที่เป็นสิวด้วยสูตรพอกหน้าสมุนไพร

ถ้าเป็นเรื่อง ‘สิว’ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็เป็นกันแทบจะทั้งนั้น แต่ถ้ารู้จักการดูแลผิวที่เป็นสิวด้วยสูตรสมุนไพร สาวๆ ที่มีปัญหาสิวก็มีผิวใสกิ๊กได้เหมือนกัน เคล็ดลับง่ายๆ แค่มี ดินสอพอง+ขมิ้นชัน + น้ำผึ้ง จากนั้นนำดินสอพอง 2 – 3 เม็ด ผงขมิ้น2 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ก่อนจะล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้จะช่วยลดอาการอักเสบของผิว ให้สิวหายได้ แนะนำว่าให้ทำประจำอาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง ผิวสวยแน่นอน

2 . หยุดปัญหาผิวหน้ามันด้วยน้ำซาวข้าว

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่านี้เป็นสูตรโบราณที่ได้ผลจริง แถมคนรุ่นแม่ก็คอนเฟิร์มมาแล้วว่าน้ำซาวข้าวนี้แหละสูตรเด็ด โดยคนสมัยก่อนเขาจะใช้น้ำซาวข้าวหรือน้ำล้างข้าวน้ำครั้งที่2 มาล้างหน้า ซึ่งในน้ำซาวขาวจะมีสารบำรุ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน กรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ผิวมีออร่า หน้าไม่มัน หลังจากนั้น จึงบำรุงผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว

3 . ผิวกายขาวผ่องเป็นยองใยด้วยมะขามเปียก +หัวขมิ้น+ ไพล

มาต่อกันที่การดูแลผิวกายกันบ้างค่ะ สิ่งที่คนโบราณเขานิยมนำมาใช้ในการขัดตัว ก็จะมี มะขามเปียก +หัวขมิ้น+ ไพล บดผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสคลบผิวก่อนอาบน้ำเป็นประจำ ซึ่งน้ำมะขามเปียกนั้นมีศัพคุณสวยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำผิวเนียนนุ่ม ส่วนขมิ้นและไพร เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดการอักเสบของผิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ต้านอนุมูลอิสระ และให้ผิวขาวนวลเนียนเป็นธรรมชาตินั้นเอง

4 . ผมนุ่มสวยเงางามด้วยผลมะกรูด

และสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องรังแค ผมขาดร่วง หนังศรีษะไม่แข็งแรง แนะนำว่าให้ใช้น้ำมะกรูดหมักผมเหมือนคนโบราณดูค่ะ วิธีการง่ายๆ คือให้เอาลูกมะกรูดสดผลเขียวๆ สัก 3-4 ลูกไปย่างไฟ จนผิวลูกมักรูดออกน้ำมัน แล้วนำไปผ่ากลาง บีบเอาแต่น้ำมะกรูด เอาเม็ดออกด้วยนะคะ หลังจากนั้นสระผมให้เสร็จก่อน จึงนำน้ำมะกรูดที่เตรียมไว้ไปชโลมแล้วหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วใช้น้ำเปล่าล้างออกให้สะอาด หลังหมักจะรู้สึกผมเบาสบาย และอาการคันศีรษะจะลงน้อยลง ผมนุ่มดี ปัญหาสิวบนหนังศรีษะที่เคยมีก็หมดไปด้วยนะ

5. สูตรแป้งร่ำหอมติดกายของแม่การะเกด

คนสมัยใหม่อาจไม่รู้จัก “แป้งร่ำ” แต่สำหรับหญิงโบราณแป้งร่ำเป็นแป้งปรุงเครื่องหอมที่สาวๆ เค้านิยมใช้ผัดหน้าให้งามผุดผ่องนวลเนียนอย่างธรรมชาติและยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย โดยส่วนประกอบที่จะนำมาทำแป้งร่ำ ก็ได้แก่ ดินสอพอง กำยาน อบเชย กานพลู เปลือกชะลูด ลูกจันทร์ น้ำตาลทรายแดง ไม้จันทร์หอม ไม้กฤษณา และที่สำคัญขาดไม่ได้คือ ชะมดเช็ด สิ่งที่จะทำให้แป้งร่ำมีกลิ่นหอมตราตรึงใจชาย วิธีทำคือ

– นำดินสอพองใส่ลงในภาชนะที่จะใช้อบ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ตามลงไป ส่วนชะมดเช็ดต้องทำการฆ่าด้วยน้ำมะกรูด หรือผิวมะกรูดสับละเอียด แล้วนำไปลนไฟ เพื่อฆ่าเชื้อเสียก่อน เมื่อชะมดเช็ดละลายก็นำลงผสมกับเครื่องร่ำในภาชนะ

– สุดท้าย คือการอบด้วยควันเทียน เมื่อจุดเทียนหอมแล้ว ให้ใส่ลงในภาชนะแล้วปิดฝา ตัวแป้งจะดูดเอากลิ่นหอมเข้าไปทำให้กลิ่นหอมติดทนนาน และต้องอบด้วยดอกไม้สดต่ออีก 3 วัน จะได้หอมยิ่งขึ้น

แทงบอลออนไลน์
เป็นอย่างไรบ้างคะ กับเคล็ดลับความสวยก่อนแต่งงานของคนโบราณไม่ยากเลยใช่ไหม แถมช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย ซึ่งสาวๆ สมัยใหม่จะนำเคล็ดลับเหล่านี้มาลองใช้ดูก็ได้ แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่าวันแต่งงานคุณจะเป็นว่าที่เจ้าสาวที่สวยจริง แนะนำว่ามีช่างแต่งหน้าเจ้าสาวไว้ยังไงก็อุ่นใจที่สุดแน่นอนค่ะ เพราะไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เครื่องสำอางก็ทำให้ผู้หญิงสวยได้เสมอ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com